ถ้า ping ไม่ได้แสดงว่าค่า IP ของ LAN Port 0 ถูกเปลี่ยนไปเป็นค่าือื่นโดยคนที่เซ็ตก่อนหน้านี้ สามารถจะ reset ค่าให้กลับสู่ค่าโรงงานได้ด้วยการกดปุ่ม Config ด้านหน้าของเครื่องประมาณ 15 วินาที จนกว่า LED จะกระพริบสีแดงขึ้นมา
Host Name และ Domain Name ก็ควรจะตรงกับองค์กรของผู้ใช้บริการ
Root Password เป็นรหัสผ่านที่ใช้ในการเข้าเซ็ตผ่านเว็บ จะเห็นว่าการเข้าเซ็ตผ่านเว็บในครั้งแรกไม่มีการถามรหัสผ่านเนื่องจากเรายังไม่ได้เซ็ต แต่หลังจากนี้จะมีการถาม user และ password แล้ว
DNS Name Servers : เครื่องเราเตอร์เครื่องนี้ก็เปรียบเสมือนเครื่อง PC เครื่องหนึ่งถ้าจะใช้คำสั่งบนเราเตอร์ที่เกี่ยวพันกับระบบชื่อ (DNS) เช่นการ ping ที่เป็นชื่อก็ต้องใ่ส่ค่า Name Servers ให้ด้วย
ต่อไปเป็นการเซ็ตค่าของ WAN port ให้คลิ๊กเมนู Interfaces ด้านซ้ายมือแล้วจะเห็น Interface ต่าง ๆ ดังรูป จากนั้นให้คลิ๊กที่พอร์ต WAN ที่ต้องการใช้งานซึ่งในที่นี้ขอใช้พอร์ต se-0/0/2
ทำำการสร้าง Logical Interface ของ WAN Port นี้ ด้วยการคลิ๊กปุ่ม Add ของรูปข้่างบนแล้วจะได้ดังรูปข้างล่าง ก็ให้ทำการป้อนค่า Description , ค่า IP Address ของ WAN Port ที่ได้มากจาก ISP ซึ่งในที่นี้คือ 202.129.50.242/30 (ถ้าเป็นของยี่ห้ออื่นอา่จกำหนดเป็น 202.129.50.242/255.255.255.252) และค่า Frame Relay DLCI ที่ำกำำหนดมาจากผู้ให้บริการซึ่งในที่นี้เป็น 200 ดังรูป
เืื่มื่อคลิ๊กปุ่ม OK ของรูปข้างบนแล้วจะได้ผลดังรูปข้างล่าง
(รูปแรก) ซึ่งจะเห็นว่า Link State มีการ Up แล้ว และเมื่อคลิ๊กปุ่ม OK จะได้ดังรูปข้างล่างถัดไป
เรื่องของ WAN ยังไม่เสร็จนะครับ จะต้องทำการกำหนดค่า Lmi Type ของ Frame Relay ก่อน โดย
จากรูปข้างบนให้คลิ๊กปุ่ม Commit และเมื่อปรากฎหน้าต่าง Summary of changes ให้คลิ๊กปุ่ม OK แล้วจะมีข้อความบอกว่า Sucess ก็ให้คลิ๊กปุ่ม OK อีกครั้ง ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการคอนฟิกในส่วนของ WAN
ต่อไปก็กำหนด IP ให้กับ LAN Port อีกพอร์ตที่จะ้ใ้ช้งานสำหรังวงของ Server โดยให้คลิ๊กที่เมนู Interfaces ด้านซ้ายมือ (เป็นเมนูย่อยของ Configuration) แล้วเลือกคลิ๊ก Interface ที่เป็น fe-0/0/1
โดยในที่นี้จะขอกำหนดในส่วนของ HTTP Access เท่านั้น เพราะ HTTPS จะมีรายละเอียดลึกลงไปอีก และจากรูปกำหนดให้มีการ Access ผ่านอินเตอร์เฟสที่เป็น WAN ได้ และจากที่ได้ทดลองพบว่าสามารถที่เรียก manage ผ่านเว็บได้ทั้งผ่าน IP ของ WAN และ IP ของ LAN ที่เป็น IP จริง
ต่อไปเป็นการเพิ่ม user ที่จะสามารถ Telnet เข้าไป manage เราเตอร์ได้ ซึ่ง user ที่มีอยู่ตอนนี้คือ root นั้นไม่สามารถ tenet ได้ เพิ่ม user ได้โดยเลือกเมนูย่อยของ Configuration ทีชื่อว่า User หลังจากนั้นคลิ๊กปุ่ม Add ในส่วนของ Users แล้วป้อนชื่อ user ดังรูป
ต่อไปเป็นการกำหนด DHCP ซึ่งค่าของ Configure Global DHCP Parameters อาจเป็นดังนี้
และค่าของ DHCP Pool อาจเป็นดังนี้ ส่วนค่าอื่น ๆ ถ้าไม่เซ็ตก็จะเป็นการเอาค่าจาก Configure Global DHCP Parameters มาใช้งาน
และเมื่อเซ็ตค่าเสร็จแล้วจะได้ดังรูปข้างล่าง
ต่อไปก็เป็นการกำหนดให้เครือข่ายจากภายนอกเข้ามาใช้งาน Server ที่ตั้งอยู่ในองค์กรได้ ซึ่งถ้าเรากลับไปดูการคอนฟิกในเรื่องของ Firewall/NAT --> Outside Applications Allowed จะเห็นดังรูปข้างล่างว่า Application ที่จะอนุญาตให้เข้ามาใช้งานได้นั้นมีไม่ครบ ซึ่งตอนนี้ถ้าเราตั้ง Web Server อยู่ภายใน เครือข่ายข้างนอกก็สามารถเข้ามาใช้งานได้แล้วเพราะจากรูปมีรายการของ http อยู่ แต่ถ้าเรามี FTP Server และ DNS Server เป็นต้น อยู่ในองค์กรของเรา ข้างนอกจะเข้ามาไม่ได้ วิธีการที่จะอนุึญาตให้เข้ามาใช้งาน Application อื่น ๆ ได้ ก็สามารถทำได้ด้วยการเลือกเมนู Configuration --> View and Edit --> Edit Configuration Text หรือถ้าใครถนัดใช้ command ก็ใช้ command ได้นะครับ